1.ธุรกิจขนาดย่อมมีลักษณะสำคัญอย่างไร
ธุรกิจขนาดย่อม (Small and Medium Business)
ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่ดำเนินการโดยบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยบริหารด้วยตนเองโดยเงินทุนไม่มากนัก เช่น Schermerhorm1 ให้ธุรกิจขนาดย่อมหมายถึง ธุรกิจที่มีคนงานน้อยกว่า 500 คน เป็นธุรกิจที่เจ้าของมีอิสระในการบริหารงานด้วยตนเองและไม่เป็นธุรกิจนำ (Leading Business) ในธุรกิจประเภทเดียวกัน ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม2 ให้ความหมายธุรกิจขนาดย่อมว่า เป็นวิสาหกิจการผลิต หรือโรงงานที่มีทุนจดทะเบียนหรือลงทุนซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคบริการลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคการค้าส่งลงทุนต่ำกว่า 100 ล้านบาท และถ้าเป็นการค้าปลีกลงทุนต่ำกว่า 60 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจขนาดย่อม ปัจจุบัน (2546) ประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 135,000 โรงงาน ประมาณร้อยละ 95 หรือ ประมาณ 128,250 โรงงาน เป็นธุรกิจขนาดย่อม และประมาณว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 0.8 พันล้านบาท และมีการจ้างแรงงานกว่า 4.0 ล้านคน
2.ข้อดีข้อเสียของธุรกิจขนาดย่อม
ข้อดีของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการสามารถทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ถนัด และมีวิถีชีวิตตามที่ตนเองต้องการหากมีความรู้ความสามารถในการจัดการที่ดี
2. การทำ ธุรกิจ SME ทำได้ง่าย เพราะใช้ปัจจัยในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ไม่มาก
3. ผู้ประกอบการมีความเป็นอิสระ คล่องตัวในการบริหารกิจการได้อย่างทั่วถึง
4. การดำเนินกิจการประสบปัญหาหรือเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจโอกาสที่จะฟื้นตัวเกิดได้ง่ายกิจการขนาดใหญ่
5. การดำเนิน ธุรกิจ SME ทุกประเภท มีความยืดหยุ่นสูงสอดคล้องกับยุคการผลิต
ข้อเสียของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้ด้านการตลาดเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้
2. ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ในการจัดการหรือการบริหารงานที่เป็นระบบ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้
3. ธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ
4. ไม่สามารถรักษาแรงงานที่มีฝึมือและมีความชำนาญงานไว้ได้ เพราะแรงงานเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นมักจะย้ายออกไปทำงานในสถานประกอบการที่มีขนาดใหญ่
5. ผู้ประกอบการมักขาดแคลนเงินทุนหรือขยายกิจการไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน
3.ธุรกิจขนาดย่อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างไร
ปัจจุบัน เกณฑ์หนึ่งที่นิยมใช้การวัดระดับการพัฒนาของประเทศ คือ GDP (Gross Domestic Products) อาจใช้เรียกหยาบๆ ว่า รายได้ประชาชาติค่ะ คือ ยิ่งรายได้ประชาชาติสูง ก็ใช้สื่อความหมายประมาณว่าคนมีรายได้มากขึ้น ประเทศชาติเจริญอะไรประมาณนั้น โดยคำนิยามสำหรับการคำนวณหารายได้ประชาชาติ ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4 ปัจจัย ได้แก่ การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐบาล และดุลการค้า ค่ะ ซึ่งหากประเทศไหนมีปัจจัยเหล่านี้เป็นบวกย่อมสื่อว่า รายได้ประชาชาติจะปรับตัวดีขึ้น
ทีนี้ กลุ่ม SME หรือที่เรียกกันเต็มๆ ว่า กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม ปัจจุบันมีการเก็บตัวเลขพบว่า มีบทบาทในส่วนของการลงทุนสูงถึง 40% จากทั้งหมด ไม่นับรวม ศักยภาพในการพัฒนาของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ หากได้รับการส่งเสริมที่ดีจากรัฐ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น สรุปรวม คือ กลุ่มธุรกิจรายย่อยเหล่านี้จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธุรกิจ sme
1.ธุรกิจขนาดย่อมมีลักษณะสำคัญอย่างไร
ธุรกิจขนาดย่อม (Small and Medium Business)
ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่ดำเนินการโดยบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยบริหารด้วยตนเองโดยเงินทุนไม่มากนัก เช่น Schermerhorm1 ให้ธุรกิจขนาดย่อมหมายถึง ธุรกิจที่มีคนงานน้อยกว่า 500 คน เป็นธุรกิจที่เจ้าของมีอิสระในการบริหารงานด้วยตนเองและไม่เป็นธุรกิจนำ (Leading Business) ในธุรกิจประเภทเดียวกัน ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม2 ให้ความหมายธุรกิจขนาดย่อมว่า เป็นวิสาหกิจการผลิต หรือโรงงานที่มีทุนจดทะเบียนหรือลงทุนซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคบริการลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคการค้าส่งลงทุนต่ำกว่า 100 ล้านบาท และถ้าเป็นการค้าปลีกลงทุนต่ำกว่า 60 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจขนาดย่อม ปัจจุบัน (2546) ประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 135,000 โรงงาน ประมาณร้อยละ 95 หรือ ประมาณ 128,250 โรงงาน เป็นธุรกิจขนาดย่อม และประมาณว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 0.8 พันล้านบาท และมีการจ้างแรงงานกว่า 4.0 ล้านคน
2.ข้อดีข้อเสียของธุรกิจขนาดย่อม
ข้อดีของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการสามารถทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ถนัด และมีวิถีชีวิตตามที่ตนเองต้องการหากมีความรู้ความสามารถในการจัดการที่ดี
2. การทำ ธุรกิจ SME ทำได้ง่าย เพราะใช้ปัจจัยในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ไม่มาก
3. ผู้ประกอบการมีความเป็นอิสระ คล่องตัวในการบริหารกิจการได้อย่างทั่วถึง
4. การดำเนินกิจการประสบปัญหาหรือเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจโอกาสที่จะฟื้นตัวเกิดได้ง่ายกิจการขนาดใหญ่
5. การดำเนิน ธุรกิจ SME ทุกประเภท มีความยืดหยุ่นสูงสอดคล้องกับยุคการผลิต
ข้อเสียของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้ด้านการตลาดเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้
2. ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ในการจัดการหรือการบริหารงานที่เป็นระบบ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้
3. ธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ
4. ไม่สามารถรักษาแรงงานที่มีฝึมือและมีความชำนาญงานไว้ได้ เพราะแรงงานเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นมักจะย้ายออกไปทำงานในสถานประกอบการที่มีขนาดใหญ่
5. ผู้ประกอบการมักขาดแคลนเงินทุนหรือขยายกิจการไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน
3.ธุรกิจขนาดย่อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างไร
ปัจจุบัน เกณฑ์หนึ่งที่นิยมใช้การวัดระดับการพัฒนาของประเทศ คือ GDP (Gross Domestic Products) อาจใช้เรียกหยาบๆ ว่า รายได้ประชาชาติค่ะ คือ ยิ่งรายได้ประชาชาติสูง ก็ใช้สื่อความหมายประมาณว่าคนมีรายได้มากขึ้น ประเทศชาติเจริญอะไรประมาณนั้น โดยคำนิยามสำหรับการคำนวณหารายได้ประชาชาติ ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4 ปัจจัย ได้แก่ การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐบาล และดุลการค้า ค่ะ ซึ่งหากประเทศไหนมีปัจจัยเหล่านี้เป็นบวกย่อมสื่อว่า รายได้ประชาชาติจะปรับตัวดีขึ้น
ทีนี้ กลุ่ม SME หรือที่เรียกกันเต็มๆ ว่า กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม ปัจจุบันมีการเก็บตัวเลขพบว่า มีบทบาทในส่วนของการลงทุนสูงถึง 40% จากทั้งหมด ไม่นับรวม ศักยภาพในการพัฒนาของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ หากได้รับการส่งเสริมที่ดีจากรัฐ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น สรุปรวม คือ กลุ่มธุรกิจรายย่อยเหล่านี้จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ
ธุรกิจขนาดย่อม (Small and Medium Business)
ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่ดำเนินการโดยบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยบริหารด้วยตนเองโดยเงินทุนไม่มากนัก เช่น Schermerhorm1 ให้ธุรกิจขนาดย่อมหมายถึง ธุรกิจที่มีคนงานน้อยกว่า 500 คน เป็นธุรกิจที่เจ้าของมีอิสระในการบริหารงานด้วยตนเองและไม่เป็นธุรกิจนำ (Leading Business) ในธุรกิจประเภทเดียวกัน ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม2 ให้ความหมายธุรกิจขนาดย่อมว่า เป็นวิสาหกิจการผลิต หรือโรงงานที่มีทุนจดทะเบียนหรือลงทุนซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคบริการลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคการค้าส่งลงทุนต่ำกว่า 100 ล้านบาท และถ้าเป็นการค้าปลีกลงทุนต่ำกว่า 60 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจขนาดย่อม ปัจจุบัน (2546) ประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 135,000 โรงงาน ประมาณร้อยละ 95 หรือ ประมาณ 128,250 โรงงาน เป็นธุรกิจขนาดย่อม และประมาณว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 0.8 พันล้านบาท และมีการจ้างแรงงานกว่า 4.0 ล้านคน
2.ข้อดีข้อเสียของธุรกิจขนาดย่อม
ข้อดีของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการสามารถทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ถนัด และมีวิถีชีวิตตามที่ตนเองต้องการหากมีความรู้ความสามารถในการจัดการที่ดี
2. การทำ ธุรกิจ SME ทำได้ง่าย เพราะใช้ปัจจัยในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ไม่มาก
3. ผู้ประกอบการมีความเป็นอิสระ คล่องตัวในการบริหารกิจการได้อย่างทั่วถึง
4. การดำเนินกิจการประสบปัญหาหรือเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจโอกาสที่จะฟื้นตัวเกิดได้ง่ายกิจการขนาดใหญ่
5. การดำเนิน ธุรกิจ SME ทุกประเภท มีความยืดหยุ่นสูงสอดคล้องกับยุคการผลิต
ข้อเสียของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้ด้านการตลาดเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้
2. ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ในการจัดการหรือการบริหารงานที่เป็นระบบ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้
3. ธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ
4. ไม่สามารถรักษาแรงงานที่มีฝึมือและมีความชำนาญงานไว้ได้ เพราะแรงงานเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นมักจะย้ายออกไปทำงานในสถานประกอบการที่มีขนาดใหญ่
5. ผู้ประกอบการมักขาดแคลนเงินทุนหรือขยายกิจการไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน
3.ธุรกิจขนาดย่อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างไร
ปัจจุบัน เกณฑ์หนึ่งที่นิยมใช้การวัดระดับการพัฒนาของประเทศ คือ GDP (Gross Domestic Products) อาจใช้เรียกหยาบๆ ว่า รายได้ประชาชาติค่ะ คือ ยิ่งรายได้ประชาชาติสูง ก็ใช้สื่อความหมายประมาณว่าคนมีรายได้มากขึ้น ประเทศชาติเจริญอะไรประมาณนั้น โดยคำนิยามสำหรับการคำนวณหารายได้ประชาชาติ ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4 ปัจจัย ได้แก่ การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐบาล และดุลการค้า ค่ะ ซึ่งหากประเทศไหนมีปัจจัยเหล่านี้เป็นบวกย่อมสื่อว่า รายได้ประชาชาติจะปรับตัวดีขึ้น
ทีนี้ กลุ่ม SME หรือที่เรียกกันเต็มๆ ว่า กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม ปัจจุบันมีการเก็บตัวเลขพบว่า มีบทบาทในส่วนของการลงทุนสูงถึง 40% จากทั้งหมด ไม่นับรวม ศักยภาพในการพัฒนาของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ หากได้รับการส่งเสริมที่ดีจากรัฐ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น สรุปรวม คือ กลุ่มธุรกิจรายย่อยเหล่านี้จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ
sme 10 ธุรกิจ
ใบงานที่ 2
1.ธุรกิจขนาดย่อมมีลักษณะสำคัญอย่างไร
ธุรกิจขนาดย่อม (Small and Medium Business)
ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่ดำเนินการโดยบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยบริหารด้วยตนเองโดยเงินทุนไม่มากนัก เช่น Schermerhorm1 ให้ธุรกิจขนาดย่อมหมายถึง ธุรกิจที่มีคนงานน้อยกว่า 500 คน เป็นธุรกิจที่เจ้าของมีอิสระในการบริหารงานด้วยตนเองและไม่เป็นธุรกิจนำ (Leading Business) ในธุรกิจประเภทเดียวกัน ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม2 ให้ความหมายธุรกิจขนาดย่อมว่า เป็นวิสาหกิจการผลิต หรือโรงงานที่มีทุนจดทะเบียนหรือลงทุนซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคบริการลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคการค้าส่งลงทุนต่ำกว่า 100 ล้านบาท และถ้าเป็นการค้าปลีกลงทุนต่ำกว่า 60 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจขนาดย่อม ปัจจุบัน (2546) ประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 135,000 โรงงาน ประมาณร้อยละ 95 หรือ ประมาณ 128,250 โรงงาน เป็นธุรกิจขนาดย่อม และประมาณว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 0.8 พันล้านบาท และมีการจ้างแรงงานกว่า 4.0 ล้านคน
2.ข้อดีข้อเสียของธุรกิจขนาดย่อม
ข้อดีของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการสามารถทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ถนัด และมีวิถีชีวิตตามที่ตนเองต้องการหากมีความรู้ความสามารถในการจัดการที่ดี
2. การทำ ธุรกิจ SME ทำได้ง่าย เพราะใช้ปัจจัยในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ไม่มาก
3. ผู้ประกอบการมีความเป็นอิสระ คล่องตัวในการบริหารกิจการได้อย่างทั่วถึง
4. การดำเนินกิจการประสบปัญหาหรือเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจโอกาสที่จะฟื้นตัวเกิดได้ง่ายกิจการขนาดใหญ่
5. การดำเนิน ธุรกิจ SME ทุกประเภท มีความยืดหยุ่นสูงสอดคล้องกับยุคการผลิต
ข้อเสียของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้ด้านการตลาดเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้
2. ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ในการจัดการหรือการบริหารงานที่เป็นระบบ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้
3. ธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ
4. ไม่สามารถรักษาแรงงานที่มีฝึมือและมีความชำนาญงานไว้ได้ เพราะแรงงานเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นมักจะย้ายออกไปทำงานในสถานประกอบการที่มีขนาดใหญ่
5. ผู้ประกอบการมักขาดแคลนเงินทุนหรือขยายกิจการไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน
3.ธุรกิจขนาดย่อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างไร
ปัจจุบัน เกณฑ์หนึ่งที่นิยมใช้การวัดระดับการพัฒนาของประเทศ คือ GDP (Gross Domestic Products) อาจใช้เรียกหยาบๆ ว่า รายได้ประชาชาติค่ะ คือ ยิ่งรายได้ประชาชาติสูง ก็ใช้สื่อความหมายประมาณว่าคนมีรายได้มากขึ้น ประเทศชาติเจริญอะไรประมาณนั้น โดยคำนิยามสำหรับการคำนวณหารายได้ประชาชาติ ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4 ปัจจัย ได้แก่ การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐบาล และดุลการค้า ค่ะ ซึ่งหากประเทศไหนมีปัจจัยเหล่านี้เป็นบวกย่อมสื่อว่า รายได้ประชาชาติจะปรับตัวดีขึ้น
ทีนี้ กลุ่ม SME หรือที่เรียกกันเต็มๆ ว่า กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม ปัจจุบันมีการเก็บตัวเลขพบว่า มีบทบาทในส่วนของการลงทุนสูงถึง 40% จากทั้งหมด ไม่นับรวม ศักยภาพในการพัฒนาของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ หากได้รับการส่งเสริมที่ดีจากรัฐ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น สรุปรวม คือ กลุ่มธุรกิจรายย่อยเหล่านี้จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ
1.ธุรกิจขนาดย่อมมีลักษณะสำคัญอย่างไร
ธุรกิจขนาดย่อม (Small and Medium Business)
ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่ดำเนินการโดยบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยบริหารด้วยตนเองโดยเงินทุนไม่มากนัก เช่น Schermerhorm1 ให้ธุรกิจขนาดย่อมหมายถึง ธุรกิจที่มีคนงานน้อยกว่า 500 คน เป็นธุรกิจที่เจ้าของมีอิสระในการบริหารงานด้วยตนเองและไม่เป็นธุรกิจนำ (Leading Business) ในธุรกิจประเภทเดียวกัน ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม2 ให้ความหมายธุรกิจขนาดย่อมว่า เป็นวิสาหกิจการผลิต หรือโรงงานที่มีทุนจดทะเบียนหรือลงทุนซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคบริการลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาท ถ้าเป็นภาคการค้าส่งลงทุนต่ำกว่า 100 ล้านบาท และถ้าเป็นการค้าปลีกลงทุนต่ำกว่า 60 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจขนาดย่อม ปัจจุบัน (2546) ประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 135,000 โรงงาน ประมาณร้อยละ 95 หรือ ประมาณ 128,250 โรงงาน เป็นธุรกิจขนาดย่อม และประมาณว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 0.8 พันล้านบาท และมีการจ้างแรงงานกว่า 4.0 ล้านคน
2.ข้อดีข้อเสียของธุรกิจขนาดย่อม
ข้อดีของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการสามารถทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ถนัด และมีวิถีชีวิตตามที่ตนเองต้องการหากมีความรู้ความสามารถในการจัดการที่ดี
2. การทำ ธุรกิจ SME ทำได้ง่าย เพราะใช้ปัจจัยในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ไม่มาก
3. ผู้ประกอบการมีความเป็นอิสระ คล่องตัวในการบริหารกิจการได้อย่างทั่วถึง
4. การดำเนินกิจการประสบปัญหาหรือเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจโอกาสที่จะฟื้นตัวเกิดได้ง่ายกิจการขนาดใหญ่
5. การดำเนิน ธุรกิจ SME ทุกประเภท มีความยืดหยุ่นสูงสอดคล้องกับยุคการผลิต
ข้อเสียของ ธุรกิจ SME
1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้ด้านการตลาดเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้
2. ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ในการจัดการหรือการบริหารงานที่เป็นระบบ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้
3. ธุรกิจนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ
4. ไม่สามารถรักษาแรงงานที่มีฝึมือและมีความชำนาญงานไว้ได้ เพราะแรงงานเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นมักจะย้ายออกไปทำงานในสถานประกอบการที่มีขนาดใหญ่
5. ผู้ประกอบการมักขาดแคลนเงินทุนหรือขยายกิจการไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน
3.ธุรกิจขนาดย่อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างไร
ปัจจุบัน เกณฑ์หนึ่งที่นิยมใช้การวัดระดับการพัฒนาของประเทศ คือ GDP (Gross Domestic Products) อาจใช้เรียกหยาบๆ ว่า รายได้ประชาชาติค่ะ คือ ยิ่งรายได้ประชาชาติสูง ก็ใช้สื่อความหมายประมาณว่าคนมีรายได้มากขึ้น ประเทศชาติเจริญอะไรประมาณนั้น โดยคำนิยามสำหรับการคำนวณหารายได้ประชาชาติ ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4 ปัจจัย ได้แก่ การบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐบาล และดุลการค้า ค่ะ ซึ่งหากประเทศไหนมีปัจจัยเหล่านี้เป็นบวกย่อมสื่อว่า รายได้ประชาชาติจะปรับตัวดีขึ้น
ทีนี้ กลุ่ม SME หรือที่เรียกกันเต็มๆ ว่า กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม ปัจจุบันมีการเก็บตัวเลขพบว่า มีบทบาทในส่วนของการลงทุนสูงถึง 40% จากทั้งหมด ไม่นับรวม ศักยภาพในการพัฒนาของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ หากได้รับการส่งเสริมที่ดีจากรัฐ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น สรุปรวม คือ กลุ่มธุรกิจรายย่อยเหล่านี้จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)